สวิสชาร์ด ผักสีรุ้ง ต้านแก่ มากประโยชน์ ใครอยากปลูกต้องรู้!! 

by plantlover
สวิสชาร์ด

สวิสชาร์ด เป็นผักที่หน้าตาไม่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับผักสลัด แถมก้านยังมีหลากสีสันเรียกได้ว่าเป็นรุ้งกันเลยทีเดียว เจ้าผักชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ความจริงแล้วหน้าตาน่ารัก ปลูกง่าย ทนทาน และอยู่ได้นานเป็นปี แถมมีประโยชน์มาก ต้านแก่ วิตามินมากมาย ใครอยากปลูกสวิสชาร์ดเอาไว้กินเอง นี่คือสิ่งที่คุณควรต้องรู้!! 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่

รู้จักกับ “สวิสชาร์ด” ผักสลัดสีรุ้ง ต้านแก่ ประโยชน์มากมาย ปลูกง่าย อยู่ได้นาน!! 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Beta vulgaris 

ชื่อวงศ์ : Amaranthaceae (วงศ์บานไม่รู้โรย)

ชื่อภาษาอังกฤษ : Swiss Chard 

ชื่ออื่น ๆ ในภาษาไทย : ชาร์ด, บีตรูต, บีทรูท ผักกาดแดง และผักกาดฝรั่ง

สวิสชาร์ด

สวิสชาร์ด เป็นผักในกลุ่มเดียวกับบรีทรูท แต่ไม่มีหัว ถิ่นกำเนิดแท้จริงอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและทวีปยุโรป เป็นผักที่มีหลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีขาว สีชมพู สีแดง สีส้ม และสีม่วง น่าอัศจรรย์ ในหนึ่งเมล็ดสามารถงอกออกมาได้หลายต้น และหนึ่งเมล็ดนั้นอาจมีต้นที่มีสีแตกต่างกันออกไป รสชาติของผักสลัดชนิดนี้ออกไปในทางจืด แต่ด้วยความที่ก้านอวบน้ำจึงทานแล้วอร่อย มีประโยชน์ กินแบบสลัดหรือจะจิ้มน้ำพริกก็ตามแต่สะดวก 

สวิสชาร์ด

ลักษณะเบื้องต้น 

ความจริงแล้วสวิสชาร์ด เป็นผักใบเขียวที่มีหลากหลายสายพันธุ์ รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับต้นบีทรูทมาก ใบของเขาหยิกเป็นคลื่น สีเขียวเข้ม ออกเป็นกอ ก้านใบใหญ่และแบน เน้นทานใบและก้านเป็นหลัก 

ประโยชน์ 

อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าสวิสชาร์ด นั้นมีประโยชน์ในหลายมิติ เป็นผักที่สามารถนำมากินต้นสดได้หรือจะทานกับน้ำสลัดก็ได้ เมื่อใส่ลงไปในจานแล้วช่วยเพิ่มสีสันให้มื้ออาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เจ้าผักสลัดต้นนี้จะมีสีสันสวยงามก็ยังมาพร้อมคุณค่าทางอาหาร ช่วยต้านแก่ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง บำรุงสายตา ดังต่อไปนี้ 

– วิตามินเค ในปริมาณที่สูงมาก 

– วิตามินเอ 

– วิตามินอีที่หาได้ยากจากพืชชนิดอื่น 

– โปรตีนและใยอาหารสูง 

– แม็กนีเซียม 

– แมงกานีส 

– โพแทสเซียม 

สวิสชาร์ด

การปลูก 

วิธีการปลูกผักสลัดแต่ละชนิดอาจไม่แตกต่างกันมากนัก โดยส่วนใหญ่ก็มักจะปลูกลงในดินหรือปลูกในน้ำที่เรียกว่าไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งระบบน้ำวนและแบบน้ำนิ่ง ความโหดหินของสวิสชาร์ดอันดับหนึ่งอยู่ที่การเพาะเมล็ดนี่ล่ะ เนื่องจากเมล็ดของเขากลม มีเปลือกแข็ง ไม่เหมือนกับผักสลัดชนิดอื่น จึงต้องใช้เวลาและอดใจรอ ทั้งนี้แนะนำให้ปลูกกับดินไปเลยจะง่ายกว่า ซึ่งการเพาะพันธุ์และปลูกก็มีอุปกรณ์และขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ 

1.ถาดหลุมสำหรับเพาะพันธุ์

2.พีทมอส 

3.เมล็ดพันธุ์ 

4.ฟ็อกกี้ 

5.แก้วน้ำ 

6.กระถาง ขวด หรืออุปกรณ์สำหรับปลูกผัก (ต้องมีรูระบายน้ำที่ก้น) 

สวิสชาร์ด

ขั้นตอนเพาะเมล็ด

1.นำเมล็ดผักลงไปแช่ในน้ำ (แก้วน้ำ) ในอุณหภูมิห้องปกติเป็นเวลา 8-12 ชั่วโมง เพื่อให้เมล็ดของเขาอ่อนนุ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมต่อการงอกออกมา 

2.นำพีทมอสออกมาตี ขยี้ให้ฟู พรมน้ำให้หมาดอย่างสม่ำเสมอทิ้งไว้เป็นเวลา 1 คืน 

3.ช่วงเช้าให้นำพีทมอสมาเทลงในถาดหลุมจนเต็ม 

4.ใช้นิ้วจิ้มไปที่พีทมอสตรงหลางหลุมให้บุ๋มลงไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์สวิสชาร์ดวางลงไป 

5.กดเมล็ดลงไปให้จมดินด้วยความลึกประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร แล้วจึงใช้พีทมอสโรยกลบ 

6.สเปรย์พ่นให้หน้าดินมีความชุ่มชื้นสูงไปจนเกือบแฉะ 

7.ต้นอ่อนจะเริ่มงอกออกมาภายใน 7-14 วัน ในหนึ่งเมล็ดอาจงอกออกมาหลายต้นก็ได้ 

สวิสชาร์ด

ขั้นตอนการปลูก 

1.เมื่ออายุต้นกล้าประมาณ 14-20 วันนับแต่วันเพาะเมล็ด เราสามารถแยกผักออกมาปลูกเพื่อให้เขาเติบโตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป 

2.ผสมดินร่วนและปุ๋ยอินทรีย์ (ขี้หมู, ขี้วัว) ในอัตราส่วน 1:1 แล้วนำไปใส่ลงในกระถางอัดดินให้ไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป 

3.ขุดหลุมที่กลางกระถางในขนาดที่สามารถนำต้นกล้าลงไปปลูกได้ เมื่อปลูกลงดินเสร็จแล้วกลบและรดน้ำลงไปจนชุ่ม 

การดูแล  

สวิสชาร์ด เป็นผักสลัด ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ให้น้ำวันละ 1 ครั้งพอดินชุ่มชื้นในตอนเย็นก็เป็นอันเพียงพอ ถึงแม้ว่าตามตำราจะบอกว่าต้องปลูกในหน้าหนาวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วก็สามารถปลูกในฤดูอื่นได้เช่นกัน ให้เขาโดนแสงแดดยามเช้าบ้างประมาณ 60% ในหนึ่งวันต้นจะเติบโตอย่างสวยงามมากยิ่งขึ้น ใครกลัวศัตรูพืชอาจจะกางมุ้งให้เขาหรือปลูกในโรงเรือนที่มีแสงส่องก็ได้เช่นกัน 

ส่วนเคล็ดลับที่จะทำให้เจ้าสวิสชาร์ด ต้นใหญ่ อวบน้ำ บ้าใบ และมีรสหวานก็คือ การรดด้วยน้ำหมักปลาทะเลผสมน้ำสะอาดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สามารถรดโดนใบได้แต่อย่าลืมตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผักแสนอร่อย ปลอดสารพิษเอาไว้ทานในบ้านแล้วล่ะ 

สวิสชาร์ด

และนี่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผักสลัดแสนสวยงาม มากประโยชน์อย่างเจ้า สวิสชาร์ด ที่เราอยากนำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปทำตาม มือใหม่ก็สามารถปลูกตามขั้นตอนนี้ได้ง่าย ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย แถมอยู่ได้นานเป็นปี ยิ่งเก็บใบกินก็ยิ่งแตกกอ ปลูกเอาไว้เป็นไม้ประดับได้อีกด้วย ประโยชน์เยอะแบบนี้ไม่มีไม่ได้แล้ว!! 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ เกี่ยวกับต้นไม้และพืชผักได้ที่ Plantlover.net

แนะนำ ผักไฮโดรโปนิกส์น่าปลูก

You may also like

Leave a Comment